ข่าว

【อัพเดทล่าสุด】อันดับอัตราการเติบโตของเงินดิจิทัล(Cryptocurrency)ตลอดปี 2560!

เงินดิจิทัล(Cryptocurrency)ที่มีอัตราเติบโตเป็นอันดับ 1 นั้นเติบโตมากถึง 2924 เท่า!

ในปี 2017 นี้ ถือเป็นปีที่ภาพรวมของตลาดเงินดิจิทัล(Cryptocurrency)ได้เติบโตอย่างก้าวกระโดด สมกับ “เป็นปีแห่งเงินดิจิทัล(Cryptocurrency)” อย่างแท้จริง ดังนั้น ขอประกาศ 10 อันดับแรกของเงินดิจิทัล(Cryptocurrency)ที่มีมูลค่าตลาดรวมใหญ่สุด 20 อันดับ ณ วันที่ 2 มกราคม

เอาล่ะ! เรามาดูอันดับกันดีกว่า
ต่อให้เป็นคนที่ไม่ได้รู้ลึกเรื่องเงินดิจิทัล(Cryptocurrency) ก็ยังน่าจะรู้จักกับบิทคอยน์ แต่จริงแล้ว หากพูดถึงอัตราการเติบโตของเงินดิจิทัล(Cryptocurrency) บิทคอยน์ถือว่าไม่ติด 10 อันดับแรกด้วยซ้ำ

อันดับที่ 10 :Cardano 41.4 เท่า

ราคาพุ่งจาก 0.017 ดอลลาร์ ไปถึง 0.739 ดอลลาร์
เหรียญยอดนิยมของผู้คนที่ภาวนาถึงการเติบโตอย่างแท้จริงของเงินดิจิทัล(Cryptocurrency)
หากดูกันยาวๆ อาจเป็นเหรียญที่ขึ้นมาชิงบัลลังค์เงินดิจิทัล(Cryptocurrency)ได้

อันดับที่ 9 :Litecoin 50.4 เท่า

ราคาพุ่งจาก 4.33 ดอลลาร์ ไปถึง 218.39 ดอลลาร์
เป็นเงินดิจิทัล(Cryptocurrency)ที่ให้น้ำหนักในเรื่องการใช้งานได้จริง ทั้งความรวดเร็วในการใช้ชำระเงินซึ่งเร็วกว่าหากเทียบกับบิทคอยน์ จนมีการนำไปใช้งานกันจริงๆแล้วในปัจจุบัน

อันดับที่ 8 :Dash 89.4 เท่า

ราคาพุ่งจาก 11.21 ดอลลาร์ ไปถึง 1002.1 ดอลลาร์
เงินดิจิทัล(Cryptocurrency)นี้มีจุดเด่นที่ความโด่งดังเป็นที่รู้จัก
หลังจากนี้หากมาตรการคุ้มเข้มต่อเงินดิจิทัล(Cryptocurrency)ของแต่ละประเทศเข้มงวดขึ้น ความโด่งดังเป็นที่รู้จักของเหรียญนี้อาจจะเป็นอุปสรรคได้เสียเอง

อันดับที่ 7 :Ethereum 89.8 เท่า

ราคาพุ่งจาก 7.98 ดอลลาร์ ไปถึง 716.75 ดอลลาร์
ว่ากันว่านี่คือบิทคอยน์ที่ 2 และ มีโอกาศสูงที่จะเป็นเงินดิจิทัล(Cryptocurrency)ที่แย่งชิงบัลลังค์ผู้นำจากบิทคอยน์ได้หลังจากนี้

อันดับที่ 6 :Lisk 132.9 เท่า

ราคาพุ่งจาก 0.144 ดอลลาร์ ไปถึง 19.18 ดอลลาร์
ใช้เทคโนโลยี Smart Contract เดียวกันกับ Ethereum
คิดว่าจะมีการเปลี่ยนชื่อ เนื่องจากมีกำหนดการรีแบนรด์ในวันที่ 20 กุมภาพันธ์ ที่จะถึงนี้

อันดับที่ 5 :Stellar 182.3 เท่า

ราคาพุ่งจาก 0.0024 ดอลลาร์ ไปถึง 0.44 ดอลลาร์
เงินดิจิทัล(Cryptocurrency)นี้ถูกพัฒนาโดยยึด Ripple เป็นเกณฑ์ สำหรับ Ripple นั้นมุ่งเป้าให้บริการภาคเอกชนระหว่างสถาบันการเงินยักษ์ใหญ่ทั้งหลาย ซึ่งจะต่างกับ Stellar ซึ่งเป็นสกุลเงินสำหรับให้บริการชำระเงินระหว่างบุคคลเสียมากกว่า

อันดับ 4 : NEM 253.1 เท่า

ราคาพุ่งจาก 0.0036 ดอลลาร์ ไปถึง 0.93 ดอลลาร์
เมื่อวันก่อน ได้เกิดเหตุการณ์แฮกเงินดิจิทัล(Cryptocurrency)สกุลนี้ในตลาดแลกเปลี่ยนเงินที่ญี่ปุ่นขึ้น แต่ว่าสาเหตุไม่ได้มาจากปัญหาเรื่องความปลอดภัยของตัวเงินดิจิทัล(Cryptocurrency) NEM อีกทั้ง ยังมีหลายประเทศ เช่น ญี่ปุ่นที่ยังคงมีความพยายามจะพัฒนาเหรียญนี้ให้ใช้ได้จริงอยู่ จึงถือเป็นเงินดิจิทัล(Cryptocurrency)อีกสกุลหนึ่งซึ่งถูกมองว่ายังคงสามารถเติบโตไปได้อีกในอนาคต

อันดับ 3 : Ripple 328.1 เท่า

ราคาพุ่งจาก 0.0065 ดอลลาร์ ไปถึง 2.14 ดอลลาร์
เป็นเงินดิจิทัล(Cryptocurrency)ที่ทาง Google เองก็ร่วมลงทุน ปัจจุบันราคาตกลงมาที่ 1.36 ดอลลาร์ แต่ทว่าก็ยังคงเป็นเงินดิจิทัล(Cryptocurrency)ที่มีการคาดหวังว่าราคาจะขยายเพิ่มขึ้น

อันดับ 2 : NEO 491.4 เท่า

ราคาพุ่งจาก 0.144 ดอลลาร์ ไปถึง 70.99 ดอลลาร์
ถูกขนานนามว่าเป็น Ethereum แห่งประเทศจีน
ซึ่งถ้ารัฐบาลจีนได้ผ่อนปรนมาตรการที่มีต่อเงินดิจิทัล(Cryptocurrency)แล้วล่ะก็ ราคาอาจจะเติบโตพุ่งขึ้นไปอีกก็ได้ ?

อันดับ 1 : RaiBlocks 2924 เท่า

ราคาพุ่งจาก 0.0081 ดอลลาร์ ไปถึง 23.9 ดอลลาร์
เมื่อวันก่อน ได้มีการรีแบรนด์ เปลี่ยนมาใช้ชื่อว่า Nano แทน
และในวันที่ 4 กุมภาพันธ์ มูลค่าตลาดรวมได้ตกลงมาอยู่อันดับที่ 21

ผู้คนที่ได้ยินถึงการเติบโตอย่างรวดเร็วของภาพรวมตลาดเงินดิจิทัล(Cryptocurrency)ในช่วงครึ่งปีหลังของปีที่แล้วต่างแห่กันไปเปิดบัญชีเทรดในตลาดแลกเปลี่ยนเงิน..จนตลาดแลกเปลี่ยนเงินระดับโลกอย่าง Bittrex ของอเมริกา และ BINANCE ของฮ่องกง รองรับไม่ทัน กระทั่งเกิดเหตุการณ์ที่ตลาดแลกเงินเหล่านั้นปิดช่องทางการเปิดรับบัญชีใหม่ชั่วคราวเลยทีเดียว

ไม่เว้นแม้แต่ตลาดแลกเปลี่ยนเงินที่ญี่ปุ่น ได้ยินว่าก่อนจะเกิดเหตุการณ์แฮกสกุลเงินดิจิทัล(Cryptocurrency) NEM นั้น มีนักลงทุนหน้าใหม่แห่กันมาขอเปิดบัญชีใหม่ทุกวัน มากกว่าวันละ 2 แสน 5 หมื่นรายเลยทีเดียว

ผมคิดว่ายังไม่สายเกินไปสำหรับคนที่ยังอยากจะลองเข้ามาในวงการนี้..แต่ควรระวังไว้หน่อยเนื่องจากมีความเป็นไปได้ว่าราคาจะผันผวนอย่างมากจากผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการพูดคุยกันเกี่ยวกับการเพิ่มมาตรการคุมเงินดิจิทัล(Cryptocurrency)ในการประชุม G20 ซึ่งจะจัดขึ้นในเดือนมีนาคมที่จะถึงนี้

หากมีการกำหนดมาตรการที่เหมาะสมสำหรับ ICO ซึ่งปัจจุบันยังถือว่าไร้กฎเกณฑ์ รวมถึงมาตรการคุ้มครองนักลงทุนออกมาได้ ก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่า นั่นจะเป็นปัจจัยบวกให้เกิดความมั่นคงของตลาดในภายภาคหน้า

Investwallet

Investwallet

Author archive

สื่อทางการเงินที่เป็นประโยชน์สำหรับการจัดการสินทรัพย์



Related post

  1. Facebook ก่อตั้งทีมงานวิจัยเกี่ย…
  2. Tencent หุ้นที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อ…
  3. Bitcoin cache (BCH) และ Etherara…
  4. ทุนสนับสนุนจาก NASA เพื่อที่จะใช…
  5. CEO ของ Twitter กล่าวว่า ฐานข้อ…
  6. Intel : รอดำเนินการจดสิทธิบัตรฮา…
  7. Mr.Tom Lee นักวิเคราะห์ที่โดดเด่…
  8. แกนหลักหลังจากนี้จะเปลี่ยนจาก Bi…

โพสต์แนะนำ

7 เทคนิคการเอาชนะในสังเวียน Forex

วิธีการที่คุณจะได้รับชัยชนะจาก Forex มีอยู่ 2 ทางน…

เงินดิจิตอล(Cryptocurrency) Cardano(ADA) คือ

Cardano(ADA) คือ เงินดิจิตอล(Cryptocurrency)ที่ถูก…

เงินดิจิตอล(Cryptocurrency) Ripple(XRP)คืออะไร

Ripple(XRP)นั้นมีเป้าหมายที่จะมีบทบาทสำคัญในการส่ง…

เงินดิจิตอล(Cryptocurrency) NEM(XEM) คืออะไร

NEMเป็นโปรเจ็คเงินดิจิตอล(Cryptocurrency)ที่สร้างข…

เงินดิจิตอล(Cryptocurrency) Ethereum คืออะไร

Ethereum รูปแบบที่แท้จริงของ Serenity จะสามารถกลาย…

NIKKEI 1DAY

New York Dow 1DAY

Nasdaq 1DAY

PAGE TOP