Cardano(ADA)

เงินดิจิตอล(Cryptocurrency) Cardano(ADA) คือ

Cardano(ADA) คือ เงินดิจิตอล(Cryptocurrency)ที่ถูกสร้างขึ้นโดยนาย Charles Hoskinson ซึ่งมีส่วนร่วมในการพัฒนา Ethereum เริ่มเปิดซื้อขายในเดือน 10 ปี 2016 สกุลเงินของมันคือ 「ADA」ซึ่งมีจำนวนจำกัดในระบบที่ 45,000 ล้านเหรียญ เดิมทีมีแพลทฟอร์มสำหรับเล่นคาสิโนออนไลน์ และ เกมออนไลน์ในชื่อ 「Cardano」โดยเหรียญที่ใช้กันในระบบนั้น ก็คือ 「ADA」นั่นเอง



เค้าโครง Cardano (ADA)

ชื่อ Cardano
หน่วยเงิน ADA
วันที่เริ่มผลิต เดือน 10 ปี 2017
จำนวนผลิตทั้งหมด 45,000,000,000 ADA
เว็บไซต์อย่างเป็นทางการ https://www.cardanohub.org/en/home/

จุดเด่นของ Cardano(ADA)

จุดเด่นหลักๆ เลยก็คือ Smart Contract เหมือนกันกับ Ethereum แต่ 「Plutus」ซึ่งเป็น Smart Contract ของ ADA นั้น ว่ากันว่าสามารถบันทึกรายละเอียดของสัญญาที่ซับซ้อน และ มีรายละเอียดสูงได้ในพริบตา

อนาคตของ ADA

ที่ประเทศไทยอาจจะยังไม่ค่อยเป็นที่รู้จัก.เนื่องจาก ยังไม่มีตลาดแลกเปลี่ยนเปิดให้เทรดเงินดิจิตอล(Cryptocurrency)สกุลนี้ได้ แต่หากเกิดกรณีที่ความทะเยอทะยานของ Cardano(ADA) พรั่งพรูเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมา เราอาจได้เห็นบทภาพยนต์ใหม่ๆที่ ADA เข้ามามีบทบาทอย่างจริงจังในชีวิตประจำวัน จนขึ้นเถลิงบัลลังค์แวดวงเงินดิจิตอล(Cryptocurrency)แทนที่ผู้นำคนปัจจุบันอย่าง Bitcoin และ Ethereum ก็เป็นได้

พวกเค้าใช้เวลาอย่างยาวนานเพื่อมุ่งพัฒนาและเตรียมความพร้อมเป็นอย่างดีจากมุมมองเชิงวิชาการ และ เชิงทฤษฏี โดยเป้าหมายอยู่ที่การสร้างสถานะของเงินตราสมบูรณ์แบบให้เป็นเงินตราที่ใช้ชำระหนี้ได้ตามกฎหมาย และเป็นเงินดิจิตอล(Cryptocurrency)ที่ถูกใช้กันอย่างแพร่หลายในชีวิตจริง อีกทั้งพวกเค้ายังพยายามสร้างแพลทฟอร์มฉบับใช้งานจริงครอบคลุมไปถึงเงินดิจิตอล(Cryptocurrency) โดยนำข้อดีของเงินดิจิตอล(Cryptocurrency)ที่มีมากกว่า 1000 สกุลในอดีตมาปรับปรุงให้ดียิ่งขึ้น

ความทะเยอทะยานสูงสุดของ Cardano(ADA)

ด้านล่าง คือ บทความอ้างอิงจากไวท์เปเปอร์
บิทคอยน์ และ สกุลเงินดิจิตอล(Cryptocurrency)อื่นได้สูญเสียความเชื่อมั่นทางด้านการทำธุรกรรมเชิงพาณิชย์ และ ยังได้ละทิ้งเอกลักษณ์เฉพาะตัวในเรื่องของเสถียรภาพและข้อมูลอภิพันธุ์ จากความพยายามที่จะไม่ใช้ระบบธนาคาร ลากยาวไปถึงการปกปิดข้อมูลสำคัญ ข้อมูลต่างๆที่จะถูกเพิ่มขึ้นผ่านมาตรการแก้ปัญหาด้วยการนำข้อมูลสำคัญมาใช้ ทำให้สูญเสียความสามารถในการเฝ้ามอง สภาพพร้อมใช้งานระดับนานาชาติ รวมถึง ความเป็นสากลซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นแก่นแท้ของระบบบล็อกเชน

ระบบการเงินดั้งเดิมจำพวก SWIFT เปี่ยมด้วยข้อมูลอภิพันธุ์เชิงการทำธุรกรรม การกำหนดมาตรการคุม นั้น ไม่เพียงแค่ทำกับการซื้อขายระหว่างแอ๊คเคาท์เท่านั้น แต่ยังต้องการข้อมูล และ บันทึกอื่นมากมายด้วย ทั้ง คุณลักษณะของข้อมูลที่เกี่ยวข้อง ข้อมูลจรรยาบรรณ การรายงานธุรกรรมที่ต้องสงสัย ดังนั้น การควบคุมข้อมูลอภิพันธุ์ ได้ข้อสรุปว่ามีความอันตรายลักษณะเดียวกันกับการบันทึกทับประวัติการทำธุรกรรม และ การปลอมแปลงเงินตรา
นอกจากนี้การไม่คำนึงถึงข้อมูลสำคัญซึ่งใส่ข้อมูลอภิพันธุ์ลงไปได้เองเลยก็มองได้เช่นกันว่าได้ผลลัพท์ที่ตรงข้ามต่อการคุ้มครองผู้บริโภคตลอดจนถึงกระแสหลักของพฤติกรรมที่แปรเปลี่ยน

ในไวท์เปเปอร์ได้พูดถึง “ข้อมูลอภิพันธุ์” อยู่หลายครั้ง ตรงส่วนนี้หากเราเรียกแทนว่า “ข้อมูลส่วนบุคคล” ก็จะพูดได้เลยว่านั่นคือปัญหาใหญ่ของการส่งเงินด้วย Bitcoin อยู่ ตัวอย่างเช่น ข้อมูลการซื้อขายแลกเปลี่ยนส่วนใหญ่ ต่างมีแค่ เลขอ้างอิงการทำธุรกรรม (Transaction ID) ที่อยู่ส่งเงิน และ ต้นทางที่ส่งเงิน กลับไม่มีข้อมูลส่วนบุคคลของทั้งต้นทางและปลายทางส่งเงิน รวมถึง ข้อมูลตำแหน่งที่ตั้งต่างๆ ด้วยเหตุนี้ หากผิดพลาดด้านข้อมูลที่อยู่ปลายทางที่ส่งเงินขึ้นมา ก็จะไม่สามารถทำใหม่ และ ดึงย้อนคืนใหม่ได้อีกครั้ง

ขณะเดียวกันสถาบันการเงินที่มีอยู่แล้วจะไร้ปัญหาเหล่านี้ พวกเงินที่โอนผิดพลาดทั้งหลาย ยังสามารถยกเลิกได้หากตรวจสอบข้อมูลส่วนบุคคลแล้วว่าไม่ตรง พูดได้อีกแบบ ถ้ามีข้อมูลส่วนบุคคล ต่อให้ไม่มี ไอดีโอนเงินก็ไร้ปัญหาเหล่านี้ (ตรงนี้สะท้อนให้เห็นว่าข้อมูลอภิพันธุ์สำคัญกว่าการทำธุรกรรม)

ด้วยเหตุนี้ Cardano(ADA) จึงได้พัฒนา Smart Contract ซึ่งติดมากับ Ethereum ให้ดียิ่งขึ้น และ พยายามจะทำให้มันเพิ่มข้อมูลที่ซับซ้อนมากยิ่งขึ้นได้อย่างอิสระ เช่น เงื่อนไขการทำธุรกรรมเชิงพาณิชย์ หรือจะเป็นการเพิ่มข้อมูลส่วนบุคคลตามแต่ละเงื่อนไขการทำธุรกรรม

เงินดิจิตอล(Cryptocurrency)มักไม่เปิดเผยชื่อผู้ถือ จึงมีความเป็นไปได้ว่าจะถูกใช้ไปทางที่ไม่ดี เช่น ฟอกเงิน หรือ ซื้อขายแบบผิดกฎหมาย นอกจากนี้ ยังมีความเป็นได้สูงมากว่าจะตกเป็นเป้าของมาตรการต่างๆที่จะออกมาควบคุมมากมายจากนี้ด้วย เนื่องจากระยะนี้มีประเด็นมากมายเกี่ยวกับมาตรการควบคุมการแลกเปลี่ยนซื้อขายเปลี่ยนเงินดิจิตอล(Cryptocurrency) แต่ทว่า ในกรณีของ Cardano(ADA) เราตั้งใจที่จะจัดการพวกมาตรการควบคุมทางกฏหมายของแต่ละประเทศให้เรียบร้อยด้วยการควบคุมพวกปัญหาความไม่ชัดเจนของการไม่เผยข้อมูลผ่านการจัดการของ Smart Contract อย่างอิสระ

สรุปเราสามารถรับมือกับมาตรการควบคุมทางกฎหมายต่างๆได้ดีเพราะสามารถใช้ในการซื้อขายที่ซับซ้อนได้ และ ยังลงพวกข้อมูลส่วนบุคคลต่างๆได้เหมือนกันกับเวลาซื้อขายผ่านระบบของสถาบันการเงินที่มีมาได้ จึงก่อให้เกิดประสิทธิภาพเทียบเคียงกับเงินตราตามกฏหมายในชีวิตจริงได้

ท้ายที่สุด ความทะเยอทะยานอันใหญ่โตของพวกเค้า จะเป็นจริงได้ถึงเพียงใด? ผมอยากจะลองเฝ้าจับตาดูว่า Cardano และ ADA ท้ายสุดแล้วจะกลายเป็นพระเอกในยุค 3.0 ของบล็อกเชนได้หรือไม่

สามารถซื้อ Cardano ได้ที่ BINANCE

Investwallet

Investwallet

Author archive

สื่อทางการเงินที่เป็นประโยชน์สำหรับการจัดการสินทรัพย์



Related post

  1. เงินดิจิตอล(Cryptocurrency) NEM(…
  2. การกำหนดกฎมาตรฐานสากลสำหรับการจั…
  3. Mining (การขุด) คืออะไร ?
  4. เงินดิจิตอล(Cryptocurrency) Omis…
  5. NEO จะสามารถกลายมาเป็น ICO Platf…
  6. เงินดิจิตอล(Cryptocurrency) Ethe…
  7. เงินดิจิตอล (Cryptocurrency) Lis…
  8. สำหรับการลงทุนนั้น การขายยากกว่า…

โพสต์แนะนำ

7 เทคนิคการเอาชนะในสังเวียน Forex

วิธีการที่คุณจะได้รับชัยชนะจาก Forex มีอยู่ 2 ทางน…

เงินดิจิตอล(Cryptocurrency) Cardano(ADA) คือ

Cardano(ADA) คือ เงินดิจิตอล(Cryptocurrency)ที่ถูก…

เงินดิจิตอล(Cryptocurrency) Ripple(XRP)คืออะไร

Ripple(XRP)นั้นมีเป้าหมายที่จะมีบทบาทสำคัญในการส่ง…

เงินดิจิตอล(Cryptocurrency) NEM(XEM) คืออะไร

NEMเป็นโปรเจ็คเงินดิจิตอล(Cryptocurrency)ที่สร้างข…

เงินดิจิตอล(Cryptocurrency) Ethereum คืออะไร

Ethereum รูปแบบที่แท้จริงของ Serenity จะสามารถกลาย…

NIKKEI 1DAY

New York Dow 1DAY

Nasdaq 1DAY

PAGE TOP