Forex

มาเริ่มรู้จักแผนภูมิให้ลึกขึ้นกันดีกว่าแล้วคุณจะได้รู้จักกับ Candlestick มากกว่าเดิม

Candlesticks เป็นแผนภูมิที่เรารู้จักกันดีและมีรูปแบบที่ง่ายต่อการทำความเข้าใจ โดยจะมีการขึ้นลงอย่างต่อเนื่องภายในแผนภูมิรูปแบบนี้

ซึ่งส่วนใหญ่แล้วแผนภูมิในแบบ Candlesticks นี้จะใช้กับการลงทุนพวกตราสารทุน แต่ก็มีส่วนสำคัญกับการนำมาใช้เพื่อวิเคราะห์ Forex อยู่เหมือนกันเพราะเป็นเทคนิคที่ดีที่จะช่วยให้ผู้ลงทุนมองตลาดและคาดการณ์ Forex ได้ดีขึ้นนั่นเอง และผลพลอยได้ก็คือไม่ว่าอย่างไรแผนภูมิในแบบ Candlesticks นั้นก็จะสามารถอ่านออกมาได้เหมือนกันทั้งในตลาดของตราสารทุนและ Forex จึงเป็นประโยชน์กับคุณได้มากกว่าที่คิดนั่นเอง

และการที่จะเริ่มเรียนรู้แผนภูมิในแบบ Candlesticks ให้ลึกซึ้งนั้นก็จำเป็นที่จะต้องเริ่มจากการเข้าใจระดับของแผนภูมิอย่างละเอียดทีละรายการทีละขั้นนั่นเอง



มาเริ่มจากการเข้าใจส่วนขาของ Candlestick กันก่อน

ก่อนอื่นคุณจำเป็นที่จะต้องมีความเข้าใจก่อนว่า Candlestick คืออะไร และมั่นใจได้ก่อนว่าแผนภูมิที่คุณกำลังจะใช้วิเคราะห์นั้นมีรูปร่างหน้าตาคล้ายกับแผนภูมิข้างล่างนี้

เมื่อคุณได้เห็นแล้วคุณก็จะสังเกตเห็นได้ถึงแท่งสีแดงและสีน้ำเงินตามในรูปและนี่แหละคือส่วนที่เรียกได้ว่าเป็น Candlestick นั่นเอง

โดยที่แกนแนวตั้งนั้นจะแสดงให้คุณได้รับรู้ถึงส่วนของ “ราคา” ของ “คู่สกุลเงิน” และถ้าจะให้ขยายความให้ชัดเจนยิ่งขึ้นในส่วนของราคานั้นก็หมายถึงอัตราแลกเปลี่ยนของสกุลเงินนั่นเองแต่ขอให้เราเข้าใจตรงกันว่าราคาน่าจะง่ายต่อการอธิบายมากยิ่งขึ้น และแน่นอนว่าทุกอย่างยังคงเป็นไปอย่างเรียบง่ายคือ คุณจะซื้อสกุลเงินที่ต้องการเมื่อแผนภูมิอยู่ในระดับต่ำและขายเมื่อมันสูงขึ้นมากกว่าตอนที่คุณซื้อนั่นเอง

และต่อมาในส่วนของแกนแนวนอนกันบ้าง เราจะยังไม่ลงลึกมากในส่วนนี้แต่จะบอกถึงความหมายของแกนแนวนอนเบื้องต้นกันเอาไว้ก่อนว่าความหมายของมันก็คือการบอกคุณให้รู้ถึงช่วงเวลาที่แตกต่างกันออกไปนั่นเองอย่างที่เห็นได้ชัดในรูปแผนภูมิตัวอย่างด้านบนมีวันที่แสดงอยู่และมีแผนภูมิ Candlestick แนวตั้งเรียงกันไปเรื่อย ๆ ซึ่งบ่งบอกความเคลื่อนไหวในแต่ละวันนั่นเอง

ดังนั้นในทุกวันแผนภูมิ Candlestick ก็จะมีความเคลื่อนไหวอยู่เสมอและมันคือเหตุผลว่าทำไมคุณจำเป็นที่จะต้องอ่านแผนภูมินี้ให้ขาด และต่อไปเราจะมาเริ่มรู้จักกับแผนภูมิ Candlestick ไปทีละแท่งกัน

Point!

Candlestick คือแผนภูมิและหากคุณต้องการจะคาดการณ์หรืออ่านผลของแผนภูมิให้เข้าใจทั้งหมดคุณจำเป็นที่จะต้องสังเกตทุกแท่งของแผนภูมิตัวนี้

ภายใน Candlestick ประกอบไปด้วย ราคาเปิด ปิด และราคาสูง ต่ำ

ในขาของ Candlestick แต่ละตัวมีข้อมูลราคา 4 แบบให้คุณได้รู้

ซึ่งใน 4 แบบที่ว่าประกอบไปด้วย

ราคาเปิด คือ ราคาซื้อขายเริ่มแรกของวัน
ราคาปิด คือ ราคาซื้อขายในตอนท้ายของวัน
ราคาสูงสุดคือ ราคาสูงที่สุดที่ซื้อขายในวันนั้น
ราคาต่ำสุด คือ ราคาต่ำที่สุดที่ซื้อขายกันในวันนั้น

และทั้ง 4 อย่างที่แผนภูมิ Candlestick พยายามบอกเราอยู่มันมีความสำคัญกับการเอาไปประกอบกับการวิเคราะห์มากดังนั้นเราไม่อยากให้คุณละเลยมันไปเด็ดขาด

ราคาที่คุณได้เห็นจะเป็นของแต่ละวัน

ตลาดที่คุณได้เห็นจะไม่มีวันหยุดและมันจะเคลื่อนไหวไปเรื่อย ๆ เพื่อที่จะทำให้ทั้ง 4 ราคาที่เราได้บอกกันมาในข้อที่แล้วยังมีความเคลื่อนไหวอยู่ต่อไปนั่นเอง ซึ่งคุณจะเห็นได้จากภาพข้างล่างนี้

ภาพที่คุณได้เห็นข้างบนนี้ทำให้คุณสามารถสังเกตถึงราคาในแบบต่าง ๆ ทั้ง 4 แบบได้ง่ายมากขึ้นอย่างที่คุณจะเห็นได้เลยว่าราคาต่ำสุดของวันอยู่ที่ช่วง 18.00 และราคาสูงสุดไปอยู่ที่ 24.00 และก็ยังเห็นราคาปิดตลาดได้อย่างชัดเจนเช่นเดียวกัน ซึ่งในแต่ละแท่งของ Candlestick นั้นก็จะรวบรวมข้อมูลเหล่านี้มากบอกคุณทั้งหมดเช่นเดียวกันเพียงแต่มาคนละรูปแบบเพื่อให้คุณมองภาพได้กว้างขึ้นนั่นเอง

Candlestick ช่วยให้คุณเห็นทุกราคาได้เร็วขึ้น

มันช่วยให้คุณสามารถมองแล้วเข้าใจเหตุการณ์ได้ง่ายมากขึ้นกว่าแผนภูมิแบบทั่วไปเพราะภายใน 1 แท่งของแผนภูมิในแบบ Candlestick นั้นจะบอกคุณได้ทั้งราคาเปิดปิด และความแตกต่างของราคาสูงต่ำที่มองแว๊บเดียวก็รู้ได้เลยว่าแตกต่างกันมากน้อยเพียงใด และแทบจะไม่ต้องค้นหาคุณก็สามารถมองเห็นราคาของวันอื่น ๆ เทียบกันได้ในทันทีเช่นเดียวกัน

ซึ่งต่อไปเราจะพาคุณมารู้จักกับแผนภูมิแบบ Candlestick ให้มากขึ้นกันโดยเจาะลึกลงไปพร้อมกับทั้ง 3 คำนี้ Real Body, Top beard, Lower beardอดใจรออีกนิดเดี๋ยวคุณกำลังจะได้รู้จักกันแล้ว

Point!

ถ้าคุณอยากได้ข้อสรุปว่าแผนภูมิแบบ Candlestick มีประโยชน์อย่างไรคำตอบก็แสนง่ายมันมีขึ้นมาเพื่อให้คุณได้เห็น ราคาเปิด ปิด และราคาสูง ต่ำ ง่ายดายขึ้นนั่นเอง

Real Body and Shadow

Real Body

ส่วนนี้จะเป็นส่วนที่แสดงให้คุณเห็นความแตกต่างของราคาเปิดและราคาปิดในแต่ละวันนั่นเอง ซึ่งคุณจะเข้าใจมากขึ้นถ้าได้เห็นภาพข้างล่างนี้

ในรูปข้างบนคุณอาจะพอสังเกตเห็นได้ว่าราคาสูงและต่ำของวันนี้ไม่ได้ห่างกันมากนักซึ่งก็พ่วงไปถึงราคาเปิดปิดเองก็มีความต่างกันเพียงเล็กน้อยเช่นเดียวกัน และนี่แหละข้อดีของแผนภูมิ Candlestick เพราะเพียงแค่คุณได้เห็นทุกอย่างที่เราอธิบายมาคุณก็สามารถเข้าใจมันได้ในเวลาอันรวดเร็ว

Shadow

นี่คือส่วนที่จะเข้ามาบอกคุณถึงความแตกต่างของราคาสูงและต่ำสุดของแต่ละวันนั่นเอง ซึ่งจะเรียกกันว่า Upper Shadow และ Lower Shadow ตามตัวอย่างที่เรายกมาให้คุณได้ดูข้างล่างนี้นั่นเอง

ซึ่งเมื่อคุณดูก็จะสามารถรู้ได้ถึงราคาสูงสุดและต่ำสุดกันไปแล้วเช่นเดียวกับ Real Body ที่คุณก็สามารถดูแล้วเข้าใจได้ภายในเส้นเดียวกันนั่นเอง

ถ้ามีด้านใดด้านหนึ่งของ Shadow สูงกว่าอีกด้านนั่นก็หมายถึงราคาในวันนั้นมีการเพิ่มขึ้นนั่นเองเพียงแค่คุณใส่ใจกับความสั้นยาวง่าย ๆ นี้คุณก็จะสามารถเข้าใจและวิเคราะห์เหตุการณ์ได้ง่ายดายขึ้นนั่นเอง

Bullish Candlestick และ Bearish Candlestick

มีทริคง่าย ๆ ที่ซ่อนตัวอยู่ใน Bullish Candlestick นั่นก็คือ ถ้าราคาปิดสูงกว่าราคาเริ่มนั่นก็หมายความว่าวันนั้นราคาของตลาดมีการเพิ่มขึ้น ส่วนสิ่งที่ Bearish Candlestick นั่นก็คือถ้าราคาปิดดันต่ำกว่าราคาเปิดแล้วล่ะก็ราคาตลาดกำลังลดลงนั่นเอง

เส้นบวกบอกคุณได้เลยว่าราคาตลาดกำลังปรับตัวขึ้น

นี่คือภาพตัวอย่างเมื่อราคาของช่วงปิดพุ่งสูงขึ้นกว่าช่วงเปิด

และส่วนใหญ่แล้วเมื่อราคาตลาดเพิ่มขึ้นมันก็มักจะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องด้วยเช่นกัน

บรรทัดที่ถูกซ่อนตัวไว้ทำให้คุณเห็นได้ว่าราคาตลาดกำลังลดลง

เราอยากให้คุณลองสังเกตให้เห็นถึงบรรทัดที่ซ่อนตัวอยู่ตรงข้ามเส้นบวกและ Candlestick เมื่อราคาปิดลดลงต่ำกว่าราคาเริ่มต้น ตามภาพข้างล่างนี้

เส้นนี้จะปรากฏให้คุณเห็นอย่างต่อเนื่องเมื่อราคาของตลาดเกิดลดลงและมันสามารถเกิดขึ้นได้ภายในแผนภูมิ Candlestick แท่งเดียวกันเลยแต่มันจะซ่อนอยู่ก็เท่านั้นเอง แต่ไม่ว่าราคาจะเพิ่มหรือลด Real Bodyจะไม่เปลี่ยนไปซึ่งนั่นก็คือตัวบ่งชี้ราคาเปิดปิดตลาดในแต่ละวันนั่นเอง

Point!

Real Bodyจะคอยบอกคุณถึงความแตกต่างของราคาเปิดปิดตลาดในแต่ละวัน เมื่อราคาปิดสูงกว่าราคาเปิดเส้นจะเป็นบวก และถ้าราคาปิดต่ำกว่าราคาเปิดเส้นจะลงมาทับกันไว้และเราถึงเรียกมันว่าเส้นที่ซ่อนอยู่นั่นเอง

และแม้ว่ามันจะมีรูปแบบต่าง ๆ มากมายแต่เราก็บอกเลยว่าคุณไม่ต้องไปจำให้มันมากมายแต่ควรรู้เพื่อที่จะตัดสินใจได้ทันทีที่เห็นว่าราคาในตลาดตอนนี้มันสามารถวิเคราะห์สถานการณ์ออกมาได้เป็นอย่างไรบ้างเท่านั้นเอง

มารวมเวลาต่าง ๆ เพื่อดู Candlestick กัน

ต่อไปเราจะมาเรียนรู้ Candlestick ที่เรียกกันว่า “Hiragi” กันบ้าง และนอกจากการแสดงตัวอย่างให้เห็นเวลาทั้งวันแล้วเรายังจะหาตัวอย่างในแบบ 5 นาที 1 สัปดาห์ และอื่น ๆ มาให้คุณได้เรียนรู้กันให้มากขึ้นอีกด้วย

และข้างล่างนี้คือตัวอย่างในรายสัปดาห์ที่ทำให้คุณได้เห็นราคาตั้งแต่วันจันทร์จนถึงวันศุกร์ว่าราคาตลาดเป็นอย่างไรกันบ้างในสัปดาห์นี้

ข้างล่างนี้นี่คือตัวอย่างของ Candlestick ที่จะแสดงผลให้คุณได้เห็นถึง 10 นาทีจนปิดตลาดไป

คุณไม่สามารถชนะได้เลยถ้ามัวแต่มองผิดจุด

ข่างล่างนี้เป็นแผนภูมิแบบ 5 นาที ที่จะทำให้คุณได้เห็นถึงความสำคัญของจุดบนสุดของแต่ละช่วงและแน่นอนว่าคุณจำเป็นต้องทบทวนมันวันละหลายครั้ง

ถ้าคุณเลือกมองตั้งแต่จุดเปิดตลาดแล้วล่ะก็คุณจะเริ่มวิเคราะห์ได้ว่าวันนี้ราคาตลาดมี Bullish Candlestick จะพุ่งสูงขึ้นไปเรื่อย ๆ ซึ่งมันคือส่วนที่คุณจะวิเคราะห์ได้เมื่อเห็นจุด A นั่นเอง

และมาดูแผนภูมิข้างล่างนี้กันบ้าง มันแสดงให้เห็นถึง Bearish Candlestick และตรงกับวันที่ 5 ของแผนภูมิด้านบนนั่นเอง

ซึ่งวิธีการที่ผู้เขียนเลือกใช้เพื่อวิเคราะห์ตลาดนั้นคือการตรวจสอบแผนภูมิรายวันก่อนตลาดจะเปิดตัว 5 นาที และเลือกมองไปที่สองบรรทัดสุดท้ายเพื่อที่จะตอบได้ว่ามีความเป็นไปได้สูงว่าตลาดมี Bullish Candlestick จะลดลงนั่นเอง

เนื่องจากการสังเกตแผนภูมิทำให้วิเคราะห์ได้ว่าแรงกดดันที่ดูจะเพิ่มขึ้นของตลาดนั้นน่าจะเริ่มหมดแรงในช่วงท้าย ๆ ดังนั้นก็ไม่แปลกที่ปิดท้ายแล้วการซื้อขายจะอยู่ใน Bullish Candlestick ที่ลดต่ำลง ดังนั้นถ้าคุณจะทำกำไรในช่วงสั้น ๆ ของวันก็น่าสนใจแต่ถ้าในระยะยาวล่ะก็เราก็อยากให้คุณอดใจไว้ก่อนดีกว่า และอย่าลืมว่าคุณไม่สามารถวิเคราะห์ตลาดได้ทะลุปรุโปร่งถ้าคุณเลือกจะมองจากแค่ช่วงเวลาเดียวเท่านั้น

บทสรุป

การเข้าใจพื้นฐานของแผนภูมิเหล่านี้จะช่วยให้คุณมองทุกอย่างได้ชัดเจนยิ่งขึ้น และเราขอแนะนำให้คุณค่อย ๆ ดูแลทำความเข้าใจอย่างละเอียด และแม้ว่าทฤษฎีที่เราหยิบมาพูดกันในวันนี้จะพอปรับความเข้าใจให้คุณได้บ้างแต่สุดท้ายการลองลงมือดูสักครั้งก็น่าจะช่วยคุณให้เข้าใจ Forex ได้อย่างสมบูรณ์ขึ้นได้อย่างแน่นอน

อย่าเพิ่งท้อที่จะต้องอ่านวนซ้ำไปมาหลายรอบรวมทั้งไปเฝ้าดูความเป็นไปของตลาดจริงเพราะสุดท้ายเมื่อคุณเข้าใจมันได้เลยทุกอย่างจะง่ายดายขึ้นสำหรับคุณและบอกเลยว่ามันคุ้มค่าไม่น้อยเลยทีเดียว

Investwallet

Investwallet

Author archive

สื่อทางการเงินที่เป็นประโยชน์สำหรับการจัดการสินทรัพย์



Related post

  1. สไตล์การซื้อขาย Forex
  2. มารู้จักกับ 22 รูปแบบของ Chart ใ…
  3. 7 เทคนิคการเอาชนะในสังเวียน Fore…
  4. มารู้จักกับการวิเคราะห์ Technica…
  5. 【รีวิวเว็บเทรด】 XM (XMTrading) ค…
  6. ประโยชน์ของ Forex มีอะไรให้คุณบ้…
  7. มารู้จักกับการวิเคราะห์ Technica…
  8. มาล้วงลึกทั้งข้อดีและข้อเสียของ …

โพสต์แนะนำ

7 เทคนิคการเอาชนะในสังเวียน Forex

วิธีการที่คุณจะได้รับชัยชนะจาก Forex มีอยู่ 2 ทางน…

เงินดิจิตอล(Cryptocurrency) Cardano(ADA) คือ

Cardano(ADA) คือ เงินดิจิตอล(Cryptocurrency)ที่ถูก…

เงินดิจิตอล(Cryptocurrency) Ripple(XRP)คืออะไร

Ripple(XRP)นั้นมีเป้าหมายที่จะมีบทบาทสำคัญในการส่ง…

เงินดิจิตอล(Cryptocurrency) NEM(XEM) คืออะไร

NEMเป็นโปรเจ็คเงินดิจิตอล(Cryptocurrency)ที่สร้างข…

เงินดิจิตอล(Cryptocurrency) Ethereum คืออะไร

Ethereum รูปแบบที่แท้จริงของ Serenity จะสามารถกลาย…

NIKKEI 1DAY

New York Dow 1DAY

Nasdaq 1DAY

PAGE TOP